• ข่าว
  • เทคโนโลยี
    • หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
    • วิศวกรรม
    • ยานพาหนะ
    • พลังงาน
    • เทคโนโลยีอาหาร
    • เทคโนโลยีการคำนวณ
    • เทคโนโลยีอวกาศ
  • ฟิสิกส์
  • เคมี
  • ชีววิทยา
    • วิทยาศาสตร์สุขภาพ
    • ชีววิทยาโมเลกุล
    • วิวัฒนาการ
    • สัตววิทยา
    • พฤกษศาสตร์
    • จุลชีววิทยา
    • กีฏวิทยา
    • นิเวศวิทยา
  • ดาราศาสตร์
    • ฟิสิกส์ดาราศาสตร์
    • จักรวาลวิทยา
    • วิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์
  • อื่น ๆ
    • Sci-fi
    • วิทยาศาสตร์การกีฬา
    • คณิตศาสตร์
    • จิตวิทยา
    • ศิลปะ & วัฒนธรรม
    • ประวัติศาสตร์
    • ปรัชญา
No Result
View All Result
The Principia
  • ข่าว
  • เทคโนโลยี
    • หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
    • วิศวกรรม
    • ยานพาหนะ
    • พลังงาน
    • เทคโนโลยีอาหาร
    • เทคโนโลยีการคำนวณ
    • เทคโนโลยีอวกาศ
  • ฟิสิกส์
  • เคมี
  • ชีววิทยา
    • วิทยาศาสตร์สุขภาพ
    • ชีววิทยาโมเลกุล
    • วิวัฒนาการ
    • สัตววิทยา
    • พฤกษศาสตร์
    • จุลชีววิทยา
    • กีฏวิทยา
    • นิเวศวิทยา
  • ดาราศาสตร์
    • ฟิสิกส์ดาราศาสตร์
    • จักรวาลวิทยา
    • วิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์
  • อื่น ๆ
    • Sci-fi
    • วิทยาศาสตร์การกีฬา
    • คณิตศาสตร์
    • จิตวิทยา
    • ศิลปะ & วัฒนธรรม
    • ประวัติศาสตร์
    • ปรัชญา
No Result
View All Result
No Result
View All Result
The Principia

รู้ได้ไง ไดโนเสาร์มีขน?

Tanakrit SrivilasbyTanakrit Srivilas
11/06/2022
in Paleontology, Zoology
A A
0
Share on FacebookShare on Twitter

Highlights

  • บรรพชีวินศิลป์ (Paleo-Art) คือ งานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ เช่น ภาพวาดไดโนเสาร์ รูปปั้นฟอสซิลที่ระลึก รวมถึงฟอสซิลที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์เอง
  • ขนไดโนเสาร์ นับว่าเป็นส่วนของเนื้อเยื่ออ่อน ที่ง่ายต่อการสูญหายไปตามกาลเวลา แต่ยังสามารถพบได้จากหลายวิธี เช่น ในอำพัน หรือร่องรอยที่ฝังอยู่ในหิน
  • หลักฐานการปรากฎของขนไดโนเสาร์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเทอโรพ็อดที่มีความใกล้ชิดกับนกมากที่สุด เช่น ทีเร็กซ์ อัลโลซอรัส และไมโครแรปเตอร์
  • การมีขนไม่ใช่สิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับไดโนเสาร์เลย ไดโนเสาร์จึงไม่จำเป็นต้องมีขน และพวกมันก็ไม่ได้มีขนทุกตัว

ในศาสตร์ของบรรพชีวินวิทยา (Paleontology) เรื่องราวที่น่าตื่นเต้นสุด ๆ เรื่องหนึ่ง คงหนีไม่พ้นการขุดค้นฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตโบราณ ที่เคยอาศัยและใช้ชีวิตบนโลกใบนี้มาก่อนหน้าพวกเราหลายล้านปี แล้วหลังจากนั้น ฟอสซิลที่ถูกค้นพบก็จะถูกศึกษาถึงลักษณะ รูปร่าง และหน้าตาอย่างละเอียด จนเราได้พบเห็นกับภาพไดโนเสาร์ สิ่งมีชีวิตโบราณที่ไม่มีใครคนไหนมีโอกาสเคยได้เห็นตัวจริง แต่เราก็ยังเคยเห็นภาพจากภาพยนตร์ที่ไดโนเสาร์มีผิวหนังเป็นเกล็ดคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ สอดคล้องกับคำว่าไดโนเสาร์ หรือ Dinosaur ที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก จากคำว่า ไดนอส (Deinos) ที่แปลว่า มีขนาดใหญ่จนน่ากลัว และคำว่า ซอรอส (Sauros) ที่แปลว่า สัตว์เลื้อยคลาน แต่รู้ไหมว่าที่จริงผิวหนังของไดโนเสาร์อาจจะไม่ได้มีแต่ผิวหนังหนา ๆ แบบสัตว์เลื้อยคลานเท่านั้น แต่มีขนแบบนกด้วย! มาหาคำตอบในบทความนี้กัน…

เรารู้ได้ยังไง ว่าไดโนเสาร์หน้าตาแบบไหน?

เราคงคุ้นเคยกับหน้าตาของไดโนเสาร์ชนิดต่าง ๆ เช่น ไดโนเสาร์แขนสั้น หน้าเข้ม อย่างไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าทีเร็กซ์ ไดโนเสาร์บินได้ ปีกคล้ายค้างคาว อย่างเทอราโนดอน หรือไดโนเสาร์ตัวใหญ่ คอยาว อย่างแบรคิโอซอรัส ซึ่งยังมีไดโนเสาร์อีกหลายชนิดที่มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ และพบเห็นภาพของพวกมันได้ตามหน้าหนังสือ และในพิพิธภัณฑ์ แต่ในเมื่อไม่มีใครเคยเห็นตัวเป็น ๆ ของพวกมันเลย แถมหลักฐานส่วนใหญ่ที่เราพบนั้นก็เป็นชิ้นส่วนแข็งอย่างกระดูก ที่ชิ้นส่วนก็มักจะไม่ครบ โครงกระดูกที่ดูดีที่สุดก็มีความสมบูรณ์แค่ประมาณ 90% เท่านั้น แล้วเรารู้จักหน้าตาของพวกมันได้ยังไง?

หลักฐานที่ทำให้เรารู้จักไดโนเสาร์ ส่วนใหญ่ก็คงเป็นโครงกระดูกอย่างที่คุ้นตากัน แต่ด้วยตัวโครงกระดูกเฉย ๆ เราสามารถวาดภาพมันออกมาได้ถูกต้องขนาดไหน? สมมุติเราเอากระดูกของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันมาดูเล่น แล้วลองคิดภาพหน้าตาตามโครงกระดูกเท่าทีมี เราอาจจะได้สัตว์ประหลาดชนิดใหม่ขึ้นมาก็ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานแวดล้อมต่าง ๆ เท่าที่ค้นพบ เพื่อให้เรารู้สิ่งที่จำเป็นในการจำลองภาพไดโนเสาร์ ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง กล้ามเนื้อ ไขมัน ผิวหนัง สีผิว และขนไดโนเสาร์ ประกอบกับการทำงานที่เรียกว่า “บรรพชีวินศิลป์” (Paleo-Art)

ภาพโครงกระดูกของแมวน้ำ สิ่งมีชีวิตที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน เพียงแต่ว่า หากเราไม่ทราบหลักฐานที่เพียงพอ การจินตนาการภาพสิ่งมีชีวิตจากโครงกระดูกให้ถูกต้องก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีโอกาสที่ภาพจากจินตนาการใหม่นั้นจะผิดเพี้ยนไปจากเดิมสูง
ที่มา Kurzgesagt – In a Nutshell

บรรพชีวินศิลป์คือ งานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ เช่น ภาพวาดไดโนเสาร์ รูปปั้นฟอสซิลที่ระลึก รวมถึงฟอสซิลที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์เอง อย่างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา หรือ American Museum of Natural History ในนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มีการจัดแสดงฟอสซิลของทีเร็กซ์ ที่สภาพสมบูรณ์ครบภายในพิพิธภัณฑ์ แต่ความจริงแล้ว ชิ้นส่วนกระดูกของไดโนเสาร์ตัวนั้นถูกพบเพียงแค่ 90% ชิ้นส่วนที่เหลือนั้นถูกทำขึ้นมาใหม่โดยมนุษย์ทั้งหมด เช่น ทีเร็กซ์ตัวดังกล่าวตามภาพด้านล่าง ที่ไม่มีขาด้านหน้าและขาด้านหลังมาด้วยตอนที่ขุดค้นพบ แต่เราก็สามารถแกะสลักมันออกมาใหม่โดยอ้างอิงลักษณะขาของมันกับไดโนเสาร์ตัวอื่นที่ดูใกล้เคียงกัน อย่างกรณีดังกล่าวมีอการอ้างอิงขามาจากอัลโลซอรัส สัตว์นักล่ายุคก่อนทีเร็กซ์ ทำให้โครงกระดูกนี้สมบูรณ์ โดยมีการพบขาของพวกมันในภายหลัง ซึ่งหลักฐานกระดูกขาของพวกมันก็มีความใกล้เคียงกับอัลโลซอรัสตามที่คาดการณ์เอาไว้ด้วย บางครั้งโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่มีขาข้างเดียวก็ถูกทำขาขึ้นมาจากการสแกนขาข้างที่มีแล้วสลับข้างก่อนคัดลอกตามแบบ นอกจากนี้การแกะสลักกระดูกส่วนที่เหลือของไดโนเสาร์ก็อาจจะอ้างอิงมาจากสิ่งมีชีวิตในยุคปัจจุบัน เช่น สัตว์ปีก เพราะหากเรามองดูดี ๆ จะเห็นว่าไทแรนโนซอรัสนั้นมีกระดูกสันหลังโค้งรูปตัวเอส (S) และเท้าก็มีสามนิ้ว คล้ายกับนกชนิดต่าง ๆ ด้วย

ภาพแสดงชิ้นส่วนโครงกระดูกของไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา โดยส่วนที่ไม่เน้นสีคือส่วนของฟอสซิลที่ค้นพบในธรรมชาติจริง ๆ และส่วนที่เน้นสีแดงคือส่วนของฟอสซิลที่ทำขึ้นมาใหม่โดยฝีมือมนุษย์
ที่มา Vox

หลักฐานส่วนสำคัญ

ลักษณะท่าทาง ทั้งการยืนและการเดินของไดโนเสาร์ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่นักบรรพชีวินวิทยาต่างสนใจ และทำการศึกษากันอย่างต่อเนื่อง เช่น หากกะโหลกมีขนาดใหญ่ร่างกายต้องอยู่ท่าไหนเพื่อทำให้น้ำหนักตัวสมดุล ขนาดของกระดูกสันหลังนั้นควรเหยียดอยู่ในท่าไหน และขางออยู่ในลักษณะใด ยกตัวอย่างจากไดโนเสาร์สายพันธุ์เดิม ทีเร็กซ์ ที่ถูกพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1902 และถูกนำมาจัดตั้งในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกาในท่าทางที่ยืนำตัวค่อนข้างตรง และมันยืนอยู่ท่านี้มานานนับสิบปี ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์ในพิพิิธภัณฑ์จะพิจารณาว่า สันหลังของไดโนเสาร์ตัวนี้ แท้จริงควรเหยียดขนานกับพื้น หางก็เช่นกัน

ไทแรนโนซอรส์ เร็กซ์ ที่เคยถูกเข้าใจผิดว่ายืนตัวค่อนข้างตรง แต่ตามหลักฐานปัจจุบัน ที่จริงแล้วพวกมันควรยืนแบบสันหลังขนานพื้นต่างหาก
ที่มา American Museum of Natural History

ส่วนหัวของทีเร็กซ์ มีกะโหลกที่คล้ายกับสัตว์เลื้อยคลาน แต่ก็มีความแตกต่างจากสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดอย่างจระเข้ เพราะไดโนเสาร์เป็นสัตว์บกที่จำเป็นต้องกักเก็บความชื้นไว้ภายในปากของมันเสมอ ภาพไดโนเสาร์ที่เราเห็นหลาย ๆ ภาพจึงเห็นว่ามันมีริมฝีปาก คล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานตระกูลกิ้งก่า นอกจากนี้ขนาดของคอก็สามารถบอกได้จากขนาดของขากรรไกร เช่น สัตว์นักล่าอย่างทีเร็กซ์ สามารถงับเหยื่อได้รุนแรงมากจากขนาดกรามของมัน จึงจำเป็นต้องมีคอขนาดใหญ่เพื่อรับแรงกัดของตัวเอง และตำแหน่งของส่วนเบ้าตาก็สามารถหาได้จากลักษณะและมุมของรูที่อยู่บนกะโหลกของพวกมัน

หลักฐานขาแต่ละข้างของไดโนเสาร์ทุกตัว ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงลักษณะการเคลื่อนที่ของมันได้ ซึ่งมีการอ้างอิงลักษณะจากสัตว์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเหมือนกัน เช่น ขาคู่หน้าของทีเร็กซ์นั้นคว่ำและยก ทำท่าคล้ายกับว่ามันกำลังจะเล่นเปียโน จนต่อมาในปี ค.ศ. 2018 มีการวิเคราะห์เทียบกับกระดูกไหล่ของไก่งวงและจระเข้ ทำให้เชื่อว่าขาคู่หน้าของทีเร็กซ์น่าจะงอเข้าหาตัวมากกว่ากางออกไปด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างการศึกษาการเคลื่อนที่ของไมโครแรปเตอร์ซึ่งมีขนและมีสิ่งที่ใกล้เคียงกับปีก แต่เมื่อพิจารณาจากกระดูกสะบักและซี่โครงแล้วมีการวิเคราะห์กันว่า มันไม่สามารถยกปีกได้สูงพอที่จะกระพือปีกเพื่อบิน นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่าพวกมันเคลื่อนที่ด้วยการร่อนมากกว่า

ผิวหนัง ส่วนละเอียดอ่อนที่ปกคลุมอยู่ภายนอกร่างกาย เป็นเนื้อเยื่ออ่อนที่มักจะสลายหายไปตามกาลเวลา และหาหลักฐานที่แสดงถึงลักษณะของผิวหนังสิ่งมีชีวิตโบราณได้ยากมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย เพราะนักบรรพชีวินวิทยาก็เคยค้นพบลักษณะของผิวหนังทีเร็กซ์เหมือนกัน ซึ่งถูกประทับลงในหิน และถูกพบในรัฐมอนแทนา สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นมีการประยุกต์ลักษณะผิวของทีเร็กซ์เพื่อประกอบเป็นหน้าตาที่แท้จริงของทีเร็กซ์ นอกจากนี้ยังสามารถหาสีที่แท้จริงของผิวหนังไดโนเสาร์ได้ด้วย โดยที่เริ่มแรก หลักฐานส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสภาพภูมิอากาศ และอาหารการกินของพวกไดโนเสาร์ ซึ่งน่าจะมีอิทธิพลไม่มากก็น้อยต่อสีผิวของไดโนเสาร์ แต่ปัจจุบันนนักบรรพชีวินวิทยาสามารถแยกเมลาโนโซม (Melanosome) ซึ่งเป็นออร์แกแนลล์ที่สร้างสีสันต่าง ๆ ออกมาจากฟอสซิลของไดโนเสาร์ได้แล้วด้วยวิธีการทางชีวเคมี โดยที่เมลาโนโซมแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน ทั้งสี และรูปทรง ทำให้เราสามารถวิเคราะห์หาสีที่แท้จริงของไดโนเสาร์ได้ โดยเฉพาะไดโนเสาร์ที่มีขน

ลักษณะของผิวหนังไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ ที่ถูกประทับไว้ในหิน ถูกค้นพบในรัฐมอนแทนา สหรัฐอเมริกา
ที่มา Smithsonian Magazine

ไดโนเสาร์มีขนจริงเหรอ?

ขนไดโนเสาร์ นับว่าเป็นส่วนของเนื้อเยื่ออ่อน ที่ง่ายต่อการสูญหายไปตามกาลเวลา แต่ยังสามารถพบได้จากหลายวิธี ซึ่งสามารถดูวิธีเหล่านั้นได้ในบทความ “เรื่องเล่าโบราณผ่าน “ฟอสซิล” ไดโนเสาร์” วิธีหนึ่งในการเก็บหลักฐานซากดึกดำบรรพ์ที่เคยเขียนไปแล้วในบทความก่อนก็คือ การเก็บรักษาไว้ในยางไม้ และกลายเป็นอำพัน คล้ายกับที่มาของการเริ่มต้นสร้างไดโนเสาร์ในภาพยนตร์ Jurassic Park ส่วนในโลกแห่งความจริงนั้น ก็เคยมีการพบหางของไดโนเสาร์จำพวกเทอโรพ็อด ที่น่าจะมีขนาดตัวเล็กประมาณนกกระจอก ติดอยู่ภายในอำพันขนาด 37 มิลลิเมตรและมีอายุประมาณ 99 ล้านปี ถูกพบในตลาดขายของประเทศพม่า ซึ่งหางไดโนเสาร์ชิ้นนี้ทำให้เราได้เห็นลักษณะขนของไดโนเสาร์ที่คล้ายกับขนนกได้อย่างชัดเจน

ภาพขนหางไดโนเสาร์ ที่อยู่ภายในอำพัน ทำให้เราเห็นลักษณะของขนไดโนเสาร์ที่คล้ายกับขนนกในปัจจุบัน
ที่มา Current Biology

ฟอสซิลไดโนเสาร์มีขนที่พบเป็นครั้งแรกจริง ๆ และนับว่าเป็นนกตัวแรกเลยก็ว่าได้ มีชื่อว่า Archaeopteryx หรือ อาร์คีออปเทอริกซ์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสองสายพันธุ์ นั่นคือA. lithographica และ A. siemensii โดยที่ฟอสซิลของอาร์คีออปเทอริกซ์ที่พบเป็นตัวแรกนั้น มีอายุราว 150 ล้านปี พบในปี ค.ศ. 1860 ในประเทศเยอรมนี โดยถือว่าไดโนเสาร์ตัวนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในรอยต่อระหว่างไดโนเสาร์กับนกพอดิบพอดี ถือเป็นบรรพบุรุษของนก และเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยบ่งบอกเรื่องราวการวิวัฒนาการว่า ใครที่เคยคิดว่าไดโนเสาร์ตายและสูญพันธุ์ไปจนหมดสิ้นตั้งแต่สิ้นยุคครีเทเชียสอาจจะคิดผิด เพราะนกวิทยาศาสตร์คิดว่านกนั้นก็คือไดโนเสาร์เหมือนกัน แต่มันรอดจากมหันตภัยร้ายในอดีต และวิวัฒนาการมาาได้จนถึงปัจจุบัน

ฟอสซิลของ Archaeopteryx ในปี 1860 ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ชี้ให้เห็นว่าไดโนเสาร์ก็มีขนเหมือนนก
ที่มา Live Science

แต่จากหลักฐานฟอสซิลไดโนเสาร์ 77 สายพันธุ์ที่พบหลักฐานของส่วนผิวหนังในปัจจุบัน พบว่าไดโนเสาร์ปากเป็ด ไดโนเสาร์มีเขา และไดโนเสาร์หุ้มเกราะ มีหลักฐานผิวหนังมากพอที่จะบอกได้ว่า ไม่พบการมีขนของไดโนเสาร์กลุ่มนี้เลย แสดงว่าพวกมันไม่น่าจะมีขน แต่เป็นผิวหนังที่มีเกล็ดปกคลุมต่างหาก นอกจากนี้ กลุ่มไดโนเสาร์คอยาวก็ไม่มีหลักฐานไหนที่พบขนของพวกมันเลย หลักฐานการปรากฎของขนไดโนเสาร์ที่พบนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเทอโรพ็อดที่มีความใกล้ชิดกับนกมากที่สุด ตัวอย่างไดโนเสาร์กลุ่มนี้คือไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีเท้าลักษณะสามนิ้ว เช่น ทีเร็กซ์ อัลโลซอรัส และไมโครแรปเตอร์ ซึ่งการวิจัยหลาย ๆ ชิ้นก็บ่งบอกว่า สัตว์นักล่าที่ยิ่งใหญ่อย่างทีเร็กซ์ก็ไม่ได้มีขนปกคลุมทั่วลำตัว แต่มีผิวหนังที่ส่วนใหญ่เป็นเกล็ดเหมือนอย่างหลักฐานที่เราแสดงรูปผิวหนังของทีเร็กซ์ไปด้านบน แต่มันก็อาจจะมีขนขึ้นบ้างเล็กน้อย เช่น ตามลำคอ

จากงานวิจัยดังกล่าว ที่บอกว่าไดโนเสาร์บางกลุ่มเท่านั้นที่มีขน แสดงว่าการมีขนไม่ใช่สิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับไดโนเสาร์ชนิดอื่นเลย แม้ว่าในเวลาต่อมา ขนจะช่วยให้ความอบอุ่น และช่วยในการบิน สำหรับสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการถัด ๆ มาอย่างนกก็ตาม แต่ไดโนเสาร์ก็ไม่จำเป็นต้องมีขน และพวกมันก็ไม่ได้มีขนทุกตัว

ภาพไดโนเสาร์ทุกวันนี้

ปัจจุบัน โลกเราเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องของการศึกษา ทำให้การขุดค้นหาซากดึกดำบรรพ์ข้ามประเทศเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และทำให้นักล่าฟอสซิลหน้าใหม่ สามารถค้นพบฟอสซิลของไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ๆ ได้รายสัปดาห์ ส่วนสายพันธุ์ที่เคยพบแล้วก็มีหลักฐานลักษณะ รูปร่าง หน้าตา ของพวกมันที่มากขึ้น จนทำให้การออกแบบหน้าตาไดโนเสาร์โดยนักบรรพชีวินศิลป์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

ภาพยนตร์ก็เช่นกัน เรื่องราวที่โด่งดังที่สุดมาจนถึงทุกวันนี้อย่างซีรีส์ Jurassic Park ที่มีภาคล่าสุดเพิ่งเข้าฉายอย่าง Jurassic World: Dominion ตั้งใจทำไดโนเสาร์ที่ปรากฎบนจอเงินให้สมจริงมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย เช่น การเก็บรายละเอียดของขนไดโนเสาร์ หรือลักษณะของผิวหนังไดโนเสาร์ชนิดต่าง ๆ โดยได้ที่ปรึกษาเป็นนักบรรพชีวินวิทยาชื่อดังอย่าง Stephen Brusatte มาคอยควบคุมรายละเอียดความถูกต้องของไดโนเสาร์ในเรื่องนี้

ใครที่อยากชมความสมจริงแบบสะใจ ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ร่างยักษ์ ก็ขอชวนให้ไปรับชมภาพยนตร์ Jurassic World: Dominion หรือ จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร กันได้ สนุกมาก ๆ ส่วนใครที่อยากอ่านบทความที่เกี่ยวกับไดโนเสาร์ต่อ พบกันใหม่ได้ในนโอกาสหน้า ทางเว็บไซต์ theprincipia.co นะครับ

อ้างอิง

How to build a dinosaur

How do we know what dinosaurs looked like?

How a Fossil Can Reveal the Color of a Dinosaur

Tyrannosaurus rex

Did Dinosaurs Really Have Feathers?

Scientists Discover First Mummified Example of a Feathered Dinosaur Tail

Feathered dinosaur tail in 99-million-year-old amber

Archaeopteryx: The Transitional Fossil

The first dinosaurs probably didn’t have feathers

T-Rex didn’t have feathers, scientists confirm

Why Today is the Golden Age for Dinosaur Discoveries

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
Tags: DinosaurEvolutionFeatherFossilJurassic WorldPaleontology
Tanakrit Srivilas

Tanakrit Srivilas

Jack of all trades, passionate about Biotechnology, Molecular genetics, Evolutionary biology, and Communication.

Related Posts

สลอธว่ายน้ำได้ รู้หรือไม่สลอธในปัจจุบันสามารถว่ายน้ำได้ และไวด้วย
Evolution

สลอธว่ายน้ำได้ รู้หรือไม่สลอธในปัจจุบันสามารถว่ายน้ำได้ และไวด้วย

byPeeravut Boonsat
26/03/2026
ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่คาดเป็นสายพันธุ์ย่อยของสไปโนซอรัส
Biology

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่คาดเป็นสายพันธุ์ย่อยของสไปโนซอรัส

นักวิทยาศาสตร์ได้ปร...

byPeeravut Boonsat
17/03/2026
โรคร้ายในหมู่ดาว… : ประชากรดาวทะเลทั่วโลกกำลังลดลงจากการระบาดของโรคร้ายที่เราก็ช่วยอะไรไม่ได้
Biology

โรคร้ายในหมู่ดาว… : ประชากรดาวทะเลทั่วโลกกำลังลดลงจากการระบาดของโรคร้ายที่เราก็ช่วยอะไรไม่ได้

byPeeravut Boonsat
26/09/2025
รวยไม่รู้ตัว : สาวโรมาเนียหยิบก้อนหินข้างทางมากั้นประตูเป็นสิบปีก่อนรู้ว่าหินก้อนนั้นคือก้อนอำพันราคาหลายล้าน
News

รวยไม่รู้ตัว : สาวโรมาเนียหยิบก้อนหินข้างทางมากั้นประตูเป็นสิบปีก่อนรู้ว่าหินก้อนนั้นคือก้อนอำพันราคาหลายล้าน

byPeeravut Boonsat
26/09/2025

The Principia Fan Page

The Principia

ส่งเสริมสังคมสร้างสรรค์ ด้วยการสื่อสารวิทยาศาสตร์

© 2021 ThePrincipia. All rights reserved.

The Principia Media

About Us
Staff Members
Contact Us
theprincipia2021@gmail.com

Follow us

No Result
View All Result
  • ข่าว
  • เทคโนโลยี
    • หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
    • วิศวกรรม
    • ยานพาหนะ
    • พลังงาน
    • เทคโนโลยีอาหาร
    • เทคโนโลยีการคำนวณ
    • เทคโนโลยีอวกาศ
  • ฟิสิกส์
  • เคมี
  • ชีววิทยา
    • วิทยาศาสตร์สุขภาพ
    • ชีววิทยาโมเลกุล
    • วิวัฒนาการ
    • สัตววิทยา
    • พฤกษศาสตร์
    • จุลชีววิทยา
    • กีฏวิทยา
    • นิเวศวิทยา
  • ดาราศาสตร์
    • ฟิสิกส์ดาราศาสตร์
    • จักรวาลวิทยา
    • วิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์
  • อื่น ๆ
    • Sci-fi
    • วิทยาศาสตร์การกีฬา
    • คณิตศาสตร์
    • จิตวิทยา
    • ศิลปะ & วัฒนธรรม
    • ประวัติศาสตร์
    • ปรัชญา