Hilights
- การเล่นน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เสี่ยงต่อการติดเชื้อก่อโรคต่าง ๆ ทั้งโปรโตซัว แบคทีเรีย และไวรัส
- โรคติดเชื้ออะมีบากินสมอง เป็นโรคที่หาพบได้ยาก แต่หากติดเชื้อถึงขั้นรุนแรงแล้ว มีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก
- เชื้อก่อโรคติดเชื้ออะมีบากินสมอง มีหลัก ๆ สองชนิด ได้แก่ Naegleria fowleri และ Acanthamoeba spp.
- วิธีป้องกันโรคติดเชื้ออะมีบากินสมองคือเลี่ยงการเล่นน้ำตามแหล่งธรรมชาติ หรือเมื่อมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที

เมื่อนึกถึงการไปท่องเที่ยวชมความงามของธรรมชาติสักที่ พวกเราก็มักจะนึกถึงสถานที่ได้หลายแห่ง ทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก ป่าไม้ รวมถึงแหล่งน้ำนิ่งตามธรรมชาติต่าง ๆ อย่างทะเลสาบมรกตในพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่ง ซึ่งบางครั้งนักท่องเที่ยวก็ชื่นชอบการลงไปเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนกันเสียด้วย โดยที่พวกเขาอาจจะไม่รู้เลยว่า ภายในแหล่งน้ำใสที่นิ่งสงัด กลับซุกซ่อนเชื้อก่อโรคอันตรายหลายชนิดอยู่ในนั้น ด้วยอุณหภูมิ สภาพความเป็นกรดเบส และการไหลของน้ำที่น้อยเกินกว่าจะพัดพาเชื้อโรคเหล่านี้ออกไปจากแหล่งน้ำนั้นได้ ทำให้เชื้อที่สามารถก่อโรคได้หลายชนิดแตกต่างกันไป ต่างอาศัยและเจริญเติบโตอยู่ภายในแหล่งน้ำที่เขาว่ายอยู่ หรือดำลงไป โดยความอันตรายร้ายแรงที่สุด ที่ทำให้เกิดโอกาสเสียชีวิตสูงมากจากการเล่นน้ำในแหล่งน้ำนิ่งตามธรรมชาติ นั่นคืออันตรายจากโรค “อะมีบากินสมอง”
ทำไมแหล่งน้ำนิ่งถึงอันตราย
เมื่อนึกถึงการท่องเที่ยวตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ความคิดที่เข้ามาในหัวมักจะเป็นความเย็นสบาย ผ่อนคลาย สดชื่น สนุกสนาน แต่ความคิดที่ควรเสริมเข้าไปด้วยคือความสะอาดและปลอดภัย เพราะน้ำ คือแหล่งกำเนิดของชีวิต ที่หมายถึงชีวิตของจุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ ที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าของเราอีกด้วย ตามสวนน้ำที่สร้างขึ้นมาในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ยังจำเป็นจะต้องมีระบบการฆ่าเชื้อที่มีความปลอดภัยต่อคนเล่นน้ำ ทั้งการใช้โอโซนฆ่าเชื้อ หรือการผสมคลอรีนลงในน้ำ เป็นต้น แต่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถสร้างระบบการฆ่าเชื้อเพื่อดูแลความปลอดภัยได้ นั่นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราเองที่ต้องหาความรู้เกี่ยวกับเชื้อก่อโรคตามแหล่งน้ำธรรมชาติเอาไว้

ที่มา แนวหน้า
ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่าง ๆ จากแหล่งน้ำ สามารถจำแนกตามอาการได้เป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่
- กลุ่มอาการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร
- กลุ่มอาการติดเชื้อทางผิวหนัง
- กลุ่มอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
- กลุ่มอาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Hepatitis A
กลุ่มอาการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร มีอาการท้องร่วง อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือด เกิดได้จากการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella spp, Shigella spp., และ Escherichia coli ส่วนกลุ่มอาการติดเชื้อทางผิวหนัง อาการคือเกิดผื่นแดง ตุ่มคันตามผิวหนัง เคืองตา หรืออจติดเชื้อในหูชั้นกลางร่วมด้วย โดยตัวอย่างเชื้อก่อโรคกลุ่มนี้ เช่น Pseudomonas aeruginosa ต่อมาคือกลุ่มอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้มีไข้สูง หนาวสั่น รวมถึงเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และสุดท้ายกลุ่มอาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Hepatitis A ทำให้ปวดหัว ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย รวมถึงคลื่นไส้อาเจียนด้วย ซึ่งส่วนใหญ่สามารถหายได้ หากเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันได้ทันท่วงที แต่มีโรคที่เกิดจากเชื้อก่อโรคในแหล่งน้ำที่มีโอกาสสร้างความอันตรายร้ายแรง เมื่อติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตถึง 99% ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดเสียชีวิตภายใน 10 วัน โดยโรคที่ว่านั้นก็คือ โรคติดเชื้ออะมีบากินสมอง หรือโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบานั่นเอง
อะมีบากินสมอง
อะมีบา (Amoeba) มาจากคําว่า amoibe ในภาษากรีกแปลว่าการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากรูปร่างของมันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยอะมีบาเป็นสัตว์เซลล์เดียวตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจัดอยู่ในประเภทโปรโตซัว การเคลื่อนที่ของมันจะใช้ส่วนของไซโตพลาสซึม (cytoplasm) ยื่นออกไปข้างหน้าคล้ายเท้าเวลาเดิน อวัวะในการเคลื่อนที่นี้จึงถูกเรียกว่าเท้าเทียม (pseudopodia) โดยอะมีบาสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศด้วยการแบ่งตัว จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ ไปเรื่อย ๆ ซึ่งอะมีบานั้นอาศัยตามแหล่งน้ำจืดอย่างเป็นอิสระ ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งมีชีวิตเจ้าบ้าน หรือโฮสต์ (host) เพื่อเจริญเติิบโต แต่มันก็สามารถเข้ามาเจริญเติบโตในร่างกายของสัตว์ และมนุษย์อย่างเราได้ ก่อให้เกิดโรคติดเชื้ออันตราย เช่น โรคติดเชื้ออะมีบากินสมอง

ที่มา SmallRex
โรคติดเชื้ออะมีบากินสมอง หรือโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา เป็นโรคที่พบได้ยาก โอกาสที่จะติดเชื้อจนถึงขั้นสมองอักเสบและเสียชีวิตมีน้อยมาก แต่เมื่อมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบแล้ว มีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก ผู้ป่วยมักเสียชีวิตก่อนได้รับการวินิจฉัย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับเชื้อแล้วจะไม่รู้ตัว รวมถึงอาการที่แย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุของโรคติดเชื้ออะมีบากินสมองที่ว่านี้ ส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากการติดเชื้ออะมีบา 2 ชนิด ได้แก่ Naegleria fowleri และ Acanthamoeba spp.
จากการสํารวจในประเทศไทย พบว่ามีเชื้ออะมีบา Naegleria fowleri ตามแหล่งน้ําธรรมชาติและแหล่งน้ําขังในเขตอุตสาหกรรมในหลายจังหวัด แต่ไม่พบในน้ำกร่อยและน้ำทะเล อะมีบาชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายคนได้จากการสำลักน้ำที่มีเชื้ออะมีบาเข้าไป มักเกิดขึ้นขณะที่ว่ายน้ำหรือดำน้ำ โดยเชื้อที่ปนอยู่ในน้ำจะผ่านเข้าทางประสาทรับรู้กลิ่นในจมูก (Olfactory nerve) และเข้าสู่สมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน ซึ่งอะมีบาชนิดนี้สามารถแบ่งตัวจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว มีความอันตรายจากการกัดกินเนื้อสมองรุนแรงกว่าอะมีบาอีกชนิดอย่างมาก

ที่มา USF Health
Acanthamoeba spp. ที่ก่อโรคในคนมี 7 สายพันธุ์ แต่อะมีบาชนิดนี้มีการแบ่งตัวที่ช้ากว่า Naegleria fowleri โดยการเข้าสู่ร่างกายคนอาจเข้าทางบาดแผลที่ผิวหนัง หรือทางเดินหายใจ ก่อนที่จะแพร่เข้าสู่กระแสเลือด และขึ้นสู่สมองจนทำให้เกิดสมองอักเสบ แต่ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งจากอะมีบาอีกชนิด นั่นคืออะมีบาชนิดนี้จะเกี่ยวข้องกับอาการทางดวงตาด้วย โดยสายพันธุ์ที่สำคัญคือ Acanthamoeba hatchetti ที่ทําให้เกิดโรคที่ตา จากการติดเชื้อผ่านคอนแทคเลนส์ ทำให้เกิดอาการเคืองตา ปวดตา น้ําตาไหล นอกจากนี้ยังสามารถติดเชื้อผ่านทางเยื่อบุตา ทำให้เยื่อบุตาและกระจกตาอักเสบ และอาจทำให้ตาบอดได้เลย

ที่มา Pathology Outlines
คำแนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ
ในเมื่อโรคติดเชื้ออะมีบากินสมองเป็นโรคที่ร้ายแรงมาก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะต้องรู้วิธีป้องกันตัวจากโรคดังกล่าว ง่าย ๆ เริ่มจากการสังเกตตัวเองว่ามีแผลตามผิวหนังหรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ควรลงเล่นน้ำในที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อผ่านบาดแผล นอกจากนี้ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ติดเชื้อเอชไอวี ควรเลี่ยงการลงน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งน้ำนิ่ง ที่ไม่มีการไหลเวียน หรือมีความขุ่นดูสกปรก ส่วนผู้ที่สวมคอนแทคเลนส์ ควรทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำยาล้างเลนส์ แต่ทางที่ดีควรถอดคอนแทคเลนส์ก่อนลงน้ำ และสวมแว่นตาว่ายน้ำจะดีกว่า
คนทั่วไป ลองหันมาเล่นน้ำในสถานที่ที่มีการทำความสะอาด และใส่สารฆ่าเชื้อโรคอย่าง คลอรีน เป็นประจำ เช่น สระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐาน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการว่ายน้ำหรือดำน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติจริง ๆ ควรระมัดระวังไม่ให้สำลักน้ำเข้าโพรงจมูก หรือถ้าสำลักให้รีบสั่งน้ำออกแรง ๆ แต่ถ้าหากมีอาการคล้ายไข้หวัด หรืออาการป่วยที่น่าสงสัยหลังจากลงเล่นน้ำในแหล่งตามธรรมชาติ ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติควรรีบนำส่งแพทย์ทันที
แต่สำหรับใครที่กลัวจนถึงขั้นตื่นตระหนก ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวขนาดนั้น เพราะโรคติดเชื้ออะมีบากินสมองที่เล่ามา มีผู้ติดเชื้อและเข้าขั้นอันตรายน้อยมาก หากป้องกันอย่างถูกวิธี และศึกษาข้อมูลก่อนท่องเที่ยวให้ถี่ถ้วน ว่าสถานที่นั้นมีสารเคมีเป็นพิษหรือไม่ มีโลหะหนักตกค้างเท่าไหร่ หรือลักษณะเป็นน้ำนิ่งเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแค่ไหน ทีนี้เราก็เล่นน้ำได้ตามสมควรแล้วแหละ
อ้างอิง
Why the ‘Brain-Eating’ Amoeba Is So Deadly
“เชื้ออะมีบากินสมอง” ภัยร้ายที่มากับแม่น้ำ-แหล่งน้ำธรรมชาติ



