เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์เรากำลังวางแผนให้สัตว์สายพันธุ์หนึ่งสูญพันธุ์ไปอย่างถาวรแบบตั้งใจ! ทั้ง ๆ ที่ตามปกติข่าวการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตควรถือเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้า เนื่องจากการหายไปของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มายังสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่อยู่อาศัยร่วมระบบนิเวศเดียวกัน

ที่มา : https://www.news-medical.net/image-handler/ts/20201223092902/ri/673/picture/2020/12/shutterstock_1725012910.jpg
แต่การสูญพันธุ์ในครั้งนี้ จะถือว่าเป็นชัยชนะที่สำคัญของมนุษยชาติ เมื่อนักวิทย์พบว่า ‘หนอนกินี’ (Guinea Worm) หนึ่งในพวกพยาธิตัวกลมที่ก่อโรคในมนุษย์ กำลังจะสูญพันธุ์อย่างถาวรแล้ว
หนอนกินี ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dracunculus medinensis จัดเป็นปรสิตที่เข้าสู่ร่างกายเราผ่านการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนตัวโคพีพอด (Copepods) หรือสัตว์น้ำเปลือกแข็งขนาดเล็กที่ตัวอ่อนหนอนกินีได้ไปอาศัยอยู่ไว้อีกทีหนึ่ง โดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะทำลายตัวโคพีพอดไป และเบิกทางให้ตัวอ่อนหนอนกินีสามารถเดินทางเข้าสู่ลำไส้ ก่อนที่พวกมันจะชอนไชทะลุผนังลำไส้เข้าไปกบดานอยู่ในช่องท้องหรือเนื้อเยื่อในบริเวณใกล้เคียงเพื่อผสมพันธุ์ โดยไม่มียาตัวไหนหรือกรรมวิธีไหนที่จะเอาหนอนกินีออกจากตัวเราได้เลย จนกว่าหนอนกินีจะผสมพันธุ์กันในร่างกายเราเสร็จ แล้วทยอยกันลงไปอยู่ที่ขาของเรา โดยหนอนกินีตัวเมียที่ภายในเต็มไปด้วยไข่หลังจากผสมพันธุ์ ก็จะชอนไชลงไปที่ขา และกระตุ้นให้เกิดตุ่มพองแสบร้อน เพื่อกระตุ้นให้มนุษย์เดินเข้าหาแหล่งน้ำเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ในจังหวะนั้นเองหนอนกินีก็จะปล่อยตัวอ่อนสีขาว ๆ พุ่งออกมาจากแผลที่ขา ออกสู่แหล่งน้ำใหม่ ๆ อย่างน่าสยดสยอง เพื่อเริ่มวัฏจักรชีวิตต่อไป

ที่มา : https://blogs.biomedcentral.com/bugbitten/wp-content/uploads/sites/11/2013/12/The-life-cycle-of-Dracunculus-medinensis-courtesy-of-The-Carter-Center-300×219.jpg
ปัจจุบันวิธีการรักษามีแค่วิธีเดียวคือต้องดึงหนอนกินีที่ผสมพันธุ์กันเสร็จแล้วนี่แหละ ให้ออกมาทางผิวหนังบริเวณขา ซึ่งหนอนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หนอนกินีที่อยู่ในร่างกายเราอาจมีความยาวได้เป็นเมตร! โดยผู้คนในอดีตต้องใช้แท่งไม้ค่อย ๆ ม้วนตัวหนอนออกมาอย่างช้า ๆ (คนเขียนเขียนไปก็ขนลุกไป) ไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ต้องระวังไม่ให้ตัวหนอนกินีนั้นขาด เพราะถ้าเผลอทำมันขาดแล้วล่ะก็ ซากหนอนที่ขาดจะไหลกลับลงไปที่รูแผล สร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก และอาจนำไปสู่การอักเสบรุนแรง ตลอดจนการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

ที่มา : https://www.wormsandgermsblog.com/files/2016/08/Guinea-worm-PHIL8211-320×450.jpg
โดยจากรายงานในปี 2025 พบผู้ป่วยโรคพยาธิกินีลดลงเหลือเพียง 10 รายทั่วโลก ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดที่เคยมีบันทึกมา และลดลงถึง 33% จากปี 2024 โดยโรคพยาธิกินีเคยเป็นโรคระบาดหนัก และมีผู้ติดเชื้อมากกว่าสามล้านห้าแสนคนทั่วโลกในปี 1986 ซึ่งการพบรายงานผู้ป่วยที่น้อยลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าหนอนกินีกำลังมีประชากรที่ลดลง โดยสาเหตุสำคัญเกิดมาจากมาตรการด้านสาธารณสุขในปัจจุบัน เช่น แผ่นกรองน้ำและเครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ ซึ่งช่วยกรองไม่ให้ตัวโคพีพอดปนเปื้อนในน้ำดื่มได้ตัดวงจรชีวิตของหนอนกินีไป อีกทั้งมาตรการการกักตัวผู้ป่วยไม่ให้เข้าถึงแหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้หนอนกินีไม่สามารถปล่อยตัวอ่อนออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ ส่งผลให้หนอนกินีพวกนี้ลดจำนวนประชากรลงไปเป็นทอด ๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องพัฒนายาตัวใดเลย

ที่มา : https://cdn.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/blobs/9c65/9393450/513c65cb3bb6/tpmd220197f2.jpg
อย่างไรก็ตามนอกจากมนุษย์แล้ว หนอนกินียังสามารถติดต่อในสุนัข แมว และลิงบาบูนได้ ดังนั้นการที่ทำให้หนอนกินีสูญพันธุ์ไปอย่างสิ้นซาก จึงจำเป็นต้องมีการจัดการดูแลสัตว์เลี้ยงให้เข้าถึงน้ำสะอาดให้ดีเพื่อตัดวงจรชีวิตหนอนกินีอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเราสามารถกำจัดหนอนกินีไปจากธรรมชาติได้จะถือเป็นชัยชนะอีกครั้งของมนุษย์ต่อโรคภัยไข้เจ็บ แบบเดียวกับที่พวกเราสามารถกำจัดโรคฝีดาษให้หายไปจากโลกได้สำเร็จนั่นเอง



