ดาบพิฆาตอสูร หรือ 鬼滅の刃 เป็นอนิเมะที่จับตามองเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อค่ายแอนิเมเตอร์มือดีอย่าง Ufotable ที่เคยได้ฝากฝังผลงานฉากแอคชั่นสุดตระการตาไว้ในอนิเมะซี่รีย์ Fate ไว้ด้วยกันหลาย ๆ ภาครวมเข้ากับเนื้อเรื่องโคโยฮารุ โกโตะเกะ (อาจารย์ตะเข้) โดยในปัจจุบันอนิเมะเรื่องนี้ได้ดำเนินมาถึงซีซั่นก่อนสุดท้ายอย่างหมู่บ้านช่างตีดาบ โดยในภาคนี้เริ่มต้นหลังจากการสูญเสียอสูร1ใน 12 จันทรา อสูรข้างขึ้นลำดับที่ 6 ดาคิ-กิวทาโร่ คิบูซีจิ มุซัน หัวหน้าและอสูรต้นกำเนิดจึงได้เรียกประชุมเหล่าอสูรข้างขึ้นที่เหลือ ณ ปราสาทไร้ขอบเขตอันเป็นที่พำนักและสมรภูมิสุดท้ายของดาบพิฆาตอสูร ปราสาทไร้ขอบเขตนี้คือขอบเขตอันเป็นอนันต์ที่ไม่ขึ้นกับกาล-อวกาศซึ่งถูกควบคุมโดยนากิเมะ อสูรอีกตนที่เคยปรากฎมาตั้งแต่ก่อนภาครถไฟสู่นิรันดร์ซึ่งเธอจะกลับมามีบทบาทอีกครั้งในอนาคต

อนึงเนื้อหาต่อจากนี้อาจมีการสปอยดาบพิฆาตอสูรถึงตอนปราสาทไร้ขอบเขต
คิบูซึจิ มุซัน ราชาของเหล่าอสูร
คิบูซึจิ มุซันหรือที่เรารู้จักกันในชื่ออสูรตนแรกของโลกนั้นคือชายที่มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่สมัยยุคเฮอันของญี่ปุ่น ในที่เขาเกิดมาด้วยร่างกายที่อ่อนแอมาก ๆ เขาเผชิญหน้ากับความตายแทบจะตลอดเวลา จนกระทั้งเมื่อโตขึ้นมาเขาได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเขาจะเสียชีวิตในวัยเพียง 20 ปี แพทย์ผู้เก่งกาจท่านหนึ่งได้นำตัวยาขั้นทดลองซึ่งมีส่วนผสมของดอกฮิกังบานะสีน้ำเงิน ในขั้นแรกยาดูจะไม่ได้ผลเท่าที่ควรทำให้มุซันได้ลงมือสังหารแพทย์ท่านนั้นก่อนที่จะพบว่ายาใช้ได้ผลจริง ร่างกายของมุซันกลับมาแข็งแรง มีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลโดยแลกกับการที่ตัวเขาไม่อาจเดินท่ามกลางแสงแดดและต้องกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร ดังนั้นเองตลอดมามุซันจำต้องฝืนเพิ่มพรรคพวกเพื่อตามหาดอกฮิกังบานะสีน้ำเงินซึ่งเป็นส่วนผสมสุดท้ายที่จะทำให้เขาสามารถสร้างตัวยาที่จะทำให้เขาชนะดวงตะวันหรือการได้ดูดกลืนอสูรที่ชนะดวงตะวัน
โรคร้ายที่จะคร่าชีวิตมุซัน
ถึงแม้เรื่องราวของดาบพิฆาตอสูรจะดูแฟนตาซีมากเสียเหลือเกินแต่ทว่าในความจริงแล้วมีโรคที่ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ต้องตายใน 20 ปีและผู้ป่วยมีความผิดปกติในการทำงานของร่างกายและสภาพจิตใจในการควบคุมอารมณ์และความรู้สึก ด้วยโรคนั้นคือ Huntington’s Disease ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ประสาทในสมองที่เสื่อมสภาพซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายทั้งการใช้ความคิด การเคลื่อนไหว และอาจทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาทางจิตเวช ซึ่งอาการจะแย่ลงเรื่อย ๆ และอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในระยะเวลา 20 ปี โดยโรค Huntington’s Disease ส่วนใหญ่จะพบมากในผู้ใหญ่วัย 30 ขึ้นไปอย่างไรก็ตามในบางกรณีโรคนี้ก็สามารถพบได้ในทารกแรกเกิดได้ โดยหลังจากโรคแสดงอาการ ผู้ป่วยจะมีอาการตามระยะดังนี้
ระยะแรก ผู้ป่วยจะไม่มีสมาธิจดจ่อ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับความคิดอย่างเกิดอาการหลงลืม อวัยวะทำงานได้ไม่ประสานกันทำให้เกิดอาการสะดุดหกล้มได้ เคลื่อนไหวช้า อารมณ์แปรปรวน อาจมีอาการซีมเศร้าร่วมด้วย
ระยะที่กลาง หกล้มบ่อย ทำของร่วงจากมือบ่อย มีปัญหาในการพูดและกลืนอาหาร
ระยะสุดท้าย แขนขากระตุกหรืออยู่ไม่นิ่งที่เป็นอยู่แล้วมีความรุนแรงขึ้น มีปัญหาในการกลืนอาหาร การพูด อาจเกิดการสำลักทำให้ปอดบวมได้ นิสัยเปลี่ยนเป็นคนละคน เคลื่อนไหวหรือเดินไม่ได้
ในผู้ป่วยวัยเด็กหรือวัยรุ่นอาจมีอาการที่รุนแรงได้รวดเร็วกว่าปกติเช่น มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ ๆ หรือหลงลืมทักษะที่มีอยู่แล้ว มีปัญหาในการเดิน มีอาการชัก

ที่มา : Huntington’s disease – symptoms, treatments and causes | healthdirect
สาเหตุของโรค Huntington’s Disease
Huntington’s Disease มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของยีนเด่นบนโครโมโซมร่างกาย (autosomal dominant disorder) นั้นคือขอเพียงแค่มียีนที่ผิดปกติเพียงยีนเดียวก็สามารถเป็นโรคได้ โดยหากพ่อหรือแม่เป็นโรค Huntington’s Disease ลูกที่เกิดมามีโอกาส 50% ที่จะเป็นโรค

ที่มา : Huntington’s disease – Symptoms and causes – Mayo Clinic
การวินิจฉัยและการรักษา
การวินิจฉัย Huntington’s Disease เบื้องต้นแพทย์อาจตรวจสุขภาพทั่วไปร่วมกับสอบถามประวัติการรักษาของผู้ป่วย รวมทั้งสอบถามผู้ป่วยว่ามีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคฮันติงตันหรือไม่ นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีการอย่างอื่นเพิ่มเติม ดังนี้
- ตรวจการทำงานของระบบประสาทและสมอง
- MRI Scan
- ประเมินสุขภาพจิต
- ตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรม
โดยในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรค Huntington ‘s Disease ให้หายขาด ทำได้เพียงลดความรุนแรงของอาการของโรคเช่น ยาช่วยบรรเทาอาการกล้ามเนื้อกระตุก ยาต้านอาการทางจิต ยาช่วยรักษาการเคลื่อนไหวผิดปกติโคเรีย ยาต้านเศร้าหรือยารักษาเสถียรภาพทางอารมณ์ เป็นต้น การใช้จิตบำบัด การทำกายภาพบำบัด
การพ่ายแพ้ต่อดวงตะวัน
เหล่าอสูรในเรื่องนั้นต่างพ่ายแพ้ต่อแสงแดด ทันทีที่แสงอาทิตย์กระทบร่างกายเหล่าอสูรพวกมันก็เหมือนกับถูกเผาไหม้ด้วยแสงตะวันนั้นจึงเป็นจุดอ่อนหนึ่งนอกจากบริเวณต้นคอและดอกฟูจิ การแพ้ต่อแสงตะวันทำให้มุซันต้องออกหาหนทางเพื่อตามหาวิธีการในการยืนอยู่เหนือแสงตะวัน
ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก พืชใช้แสงเป็นแหล่งพลังงานในการสังเคราะห์ด้วยแสง ความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ทำให้โลกไม่ตกอยู่ในยุคน้ำแข็งที่หนาวเหน็บจนสิ่งมีชีวิตบางชนิดต้องสูญพันธุ์แต่ทว่านอกจากแสงซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มากับแสงของดวงอาทิตย์ยังมีรังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือรังสี UV ที่ถูกส่งมาด้วยรังสี UV นั้นส่งผลกระทบต่อรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตทำให้เราเป็นมะเร็งได้ ร่างกายจึงมีการปรับตัวเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี UV
ในคนบางกลุ่มมีความผิดปกติบางอย่างซึ่งส่งผลให้พวกเขามีอาการที่เรียกว่า Photodermatoses หรือโรคแพ้แสงแดด ซึ่งพยาธิสภาพของโรคจะแสดงออกทางผิวหนังโดยเราสามารถแบ่งกลุ่มของโรคแพ้แสงแดดได้ 4 ประเภทดังนี้
- กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน (Immunologically-mediated photodermatoses) เช่นโรคผิวหนังแพ้แดดเรือรัง (Chronic actinic dermatitis) โรคลมพิษจากแสงแดด (Solar urticaria)
- กลุ่มที่เกิดจากยาและสารเคมีทำให้เกิดภาวะไวต่อแสงแดด (Chemical and drug-induced photosensitivity) พบในผู้ที่ใช้ยาบางชนิดร่วมกับการออกแดด มักพบผื่นบริเวณนอกร่มผ้า
- กลุ่มที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ทำให้ไวต่อแสงแดด (Genophotodermatoses) เช่น Xeroderma pigmentosum (XP) ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาความเสียหายของ DNA เนื่องจากผลของรังสี UV ได้
- กลุ่มที่มีโรคผิวหนังเดิมแต่ถูกทำให้กำเริบมากขึ้นจากแสงแดด (Photoexacerbated dermatoses) เช่น โรคเอสแอลอี (Systemic lupus erythematosus)

ที่มา : Xeroderma Pigmentosum (XP) Symptoms, Treatment | Houston, Spring Texas (mohsdermhouston.com)

ที่มา : 39_49_1.pdf (mahidol.ac.th)
คนไฟลุก อัคคีภัยที่หาคำตอบไม่ได้
วันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1966 ณ บ้านของดอกเตอร์จอห์น เออร์วิ่ง เบนท์เลย์ รัฐเพนซิลวาเนีย พบควันสีดำออกน้ำเงินลอยคลุ้งและมีกลิ่นเหม็นฉุนออกมาจากห้องน้ำ ด้านนายออสเนสได้พยายามกระทุ้งประตูเพื่อเข้าไปเรียกได้พบศพของเจ้าบ้านในสภาพไหม้เป็นเถ้าถ่านกับเท้าที่มีรองเท้าแตะเท่านั้น ผลการชันสูตรในเวลานั้นเผยว่านายเบนท์เลย์ถูกเพลิงเผาไหม้ไปกว่า 90% ของร่างกาย
ปี1980 ภาคใต้ของแคว้นเวลล์ เฮนรี่ โธมัส ถูกพบเป็นศพในห้องนั่งเล่น โดยร่างกายถูกเผาเป็นขี้เถ้าเหลือแต่เพียงกะโหลกศีรษะและส่วนของขาใต้เข่าลงมาเพียงเท่านั้นและไฟไม่ได้ลุกไหม้ไปบริเวณอื่น ๆ
2 เหตุการณ์นี้ล้วนมีจุดร่วมเดียวกันคือตายเนื่องจากอัคคีภัยแต่ทว่าผลการชันสูตรพบความเสียหายต่อร่างกายแต่ไม่เกิดการลุกลามของเปลวเพลิงไปยังบริเวณอื่น ๆ เราเรียกการตายปริศนานี้ว่าปรากฎการณ์คนไฟลุกหรือ Spontaneous human combustion
จากเหตุการณ์ข้างต้นทำให้มีการตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับสาเหตุการลุกไหม้ดังนี้
- การสะสมของแก๊สมีเทนในลำไส้ที่เกิดการลุกไหม้ แต่เนื่องจากสภาพของศพทั้งหมดเกิดการลุกไหม้จากภายนอกร่างกาย มิใช้การลุกไหม้จากอวัยวะภายในทำให้ข้อสันนิษฐานนี้ตกไป
- การดื่มสุราอย่างหนักพร้อมกับการสูบบุหรี่ทำให้เกิดการลุกไหม้ของแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้ถูกปัดตกไปเนื่องจากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่เหมาะสมต่อการติดไฟต้องไม่ต่ำกว่า 23% ซึ่งในความเป็นจริงแค่ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดถ้ามากกว่า 0.4% ก็ทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้แล้วกล่าวคือผู้ตายไม่น่าตายเพราะเพลิงไหม้แต่จะตายเพราะแอลกอฮอล์เป็นพิษมากกว่า
- ไฟฟ้าสถิตย์จากเสื้อผ้าเสียดสีกันทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประจุกับสิ่งแวดล้อมเช่นพรม ผ้าปูที่นอน โซฟาทำให้เกิดประกายไฟ แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่าไฟฟ้าสถิตที่มากพอที่จะทำให้เกิดประกายไฟได้ต้องมีค่าถึงหลายพันโวลต์ ทำให้ข้อสันนิษฐานนี้ตกไป
ท้ายที่สุดนักวิทยาศาสตร์เห็นตรงกันว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้นี้เกิดจาก ทฤษฏีไส้เทียน (Wick effect)
ทฤษฏีไส้เทียน (Wick effect)
การลุกไหม้เกิดขึ้นได้จำเป็นต้องมีปัจจัยด้วยกัน 3 อย่างคือประกายไฟ(อุณหภูมิที่พอเหมาะ) เชื้อเพลิงและออกซิเจน โดยคำอธิบายของทฤษฎีไส้เทียนนั้นมีดังนี้
- ผู้เคราะห์ร้ายทำกิจกรรมซึ่งทำให้เกิดประกายไฟต่าง ๆ แล้วเผลอหลับไป หมดสติไปกระทันหันหรืออยู่ใกล้แหล่งความร้อนอื่น ๆ
- สมมุติฐานนี้เปรียบมนุษย์เหมือนแท่งเทียนไข ไขมันในร่างกายเปลี่ยนเหมือนไขเทียน(น้ำตาเทียน) เสื้อผ้าและเส้นผมเหมือนไส้เทียน
- เมื่อไขมันในร่างกายละลายและไหลซึมเนื่องจากจากความร้อนจากการลุกไหม้ของเสื้อผ้า คล้ายกับขี้ผึ้งที่ไหลซึมเข้าไปกับน้ำตาเทียนทำให้เกิดการเผาไหม้แบบช้า ตราบใดที่มีไขมันมาเติม
ด้วยคำอธิบายนี้สามารถอธิบายได้ว่าทำไมในบางกรณีถึงเกิดการเผาไหม้เฉพาะส่วนที่อยู่ในเสื้อผ้าเท่านั้น แขนขาที่อยู่นอกเสื้อผ้าจึงไม่ได้ถูกเผ้าไหม้ไปด้วย

ที่มา : ปรากฏการณ์ คนไฟลุก (scimath.org)
อ้างอิง
ปรากฏการณ์ คนไฟลุก (scimath.org)
Xeroderma Pigmentosum (XP) Symptoms, Treatment | Houston, Spring Texas (mohsdermhouston.com)



