เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2566 ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดยของ ดร.นรินทร์ ชมภูพวง อาจารย์ประจำสาขากีฏวิทยาและโรคพืชวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายชวลิต ส่งแสงโชติ นายปฏิภาณ ศรีรานันท์ และนายปวีณ ปิยะตระกูลชัย ร่วมกับ โจโฉ ยูทูปเบอร์ชื่อดัง ลงพื้นที่สำรวจและศึกษาวิจัยนำมาสู่การค้นพบบึ้งที่สวยและดึงดูดความสนใจชนิดใหม่ของโลก คือ “บึ้งประกายสายฟ้า” 𝑪𝒉𝒊𝒍𝒐𝒃𝒓𝒂𝒄𝒉𝒚𝒔 𝒏𝒂𝒕𝒂𝒏𝒊𝒄𝒉𝒂𝒓𝒖𝒎

โดยบึ้งประกายสายฟ้านี้ถูกพบที่บริเวณป่าชายเลนของจังหวัดพังงาซึ่งเป็นบึ้งชนิดแรกของไทยที่พบที่บริเวณป่าชายเลน โดยบึ้งชนิดนี้จัดอยู่ในสกุล 𝑪𝒉𝒊𝒍𝒐𝒃𝒓𝒂𝒄𝒉𝒚𝒔 ในวงศ์ย่อย Selenocosminae โดยทีมสำรวจพบมันบริเวณต้นไม้สูงของป่าชายเลน โพรงต้นไม้ซึ่งลึกและซับซ้อนซึ่งยากแก่การเก็บตัวอย่างทำให้ในวันที่สำรวจสามารถเก็บตัวอย่างมาได้เพียง 2 ตัวเท่านั้น
ที่มาขอบชื่อ “บึ้งประกายสายฟ้า” มาจากชื่อทั่วไปภาษาอังกฤษว่า “Electric-blue tarantula” ซึ่งอ้างอิงจากลักษณะสีของบึ้งที่เมื่อสะท้อนกับแสงไฟแล้วมีประกายสีน้ำเงินคล้ายกับสีของ สายฟ้าสีน้ำเงิน ซึ่งสีน้ำเงินเป็นสีที่พบได้ยากในธรรมชาติ โดยสีน้ำเงินนี้เกิดจากการหักเหของแสงบริเวณขนของบึ้งที่ขาซึ่งแตกต่างจากการที่แสงสะท้อนสีของรงควัตถุบนผิวเหมือนกับการเกิดสีในสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ นั้นทำให้ในบางอวัยวะของบึ้งประกายสายฟ้ามีสีม่วงซึ่งพบได้ยากยิ่งกว่าในธรรมชาติ
ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นเกียรติกับ คุณณฐกร แจ้งเร็ว และคุณนิชดา แจ้งเร็ว ผู้บริหารกลุ่มบริษัทนิชดาธานี ซึ่งเป็นผู้ประมูล เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายในการสมทบทุนบริจาคช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนทางการศึกษาบนดอยในโรงเรียนบ้านมูเซอและผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ยากไร้
ดร.นรินทร์ ชมภูพวงเผยว่าบึ้งสกุล 𝑪𝒉𝒊𝒍𝒐𝒃𝒓𝒂𝒄𝒉𝒚𝒔 ในไทยมีเพียง 2 ชนิดเท่านั้นซึ่งบึ้งประกายสายฟ้าถือเป็นชนิดที่ 3 ของสกุลนี้ในไทย โดยตัวบึ้งประกายสายฟ้านับเป็นบึ้งที่มีความพิเศษลักษณะสวยงามและยังพบได้ในพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ จึงควรหาแนวทางอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนเพื่อให้บึ้งเพียงชนิดเดียวที่พบในป่าชายเลนนี้ยังคงอยู่เป็นอัญมณีแห่งผืนป่าต่อไปในอนาคต
อ้างอิง
https://th.kku.ac.th/158122/?fbclid=IwAR0Ne-wEfw98EXwGtveBRtYpbd49Jhz4_IkPfTK-1jSr1214o_GI7jBO2lA




