เดิมทีทะเลทราย ‘ทากลามากัน’ คือทะเลทรายที่ตั้งอยู่บริเวณเขตปกครองตัวเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่โหดร้ายมากที่สุดในโลก เนื่องจากถูกห้อมล้อมด้วยเทือกเขาสูงที่ขวางกั้นความชุ่มชื้นมายังพื้นที่ ส่งผลให้ที่แห่งนี้แทบจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต มิหนำซ้ำในอดีตทะเลทรายแห่งนี้ก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้พื้นดินรอบ ๆ ทะเลทรายเริ่มเสื่อมโทรมลงอีกด้วย

ที่มา : https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/7/7e/Tarimrivermap.png/330px-Tarimrivermap.png
ในขณะเดียวกันทางการจีนก็มีความต้องการขยายพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นภายในประเทศ การขยายของทะเลทรายจึงถือเป็นภัยคุกคามที่จะส่งผลกระทบร้ายแรงในอนาคตได้ เพราะฉะนั้นแล้วในปี 1978 ทางการจีนเลยได้ดำเนินโครงการสร้างแนวกำแพงสีเขียวจากต้นไม้เพื่อปิดล้อมความแห้งแล้งสุดทะเยอทะยาน ภายใต้ชื่อโครงการ Three-North Shelterbelt Program และเพิ่งบรรลุเป้าหมายการปิดล้อมเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา โดยมีพืชพรรณมากกว่าหกหมื่นหกพันล้านต้นทอดยาวรวมตลอด 3,000 กิโลเมตร

ที่มา : https://cdn.mos.cms.futurecdn.net/GJMc6FqGdoRyshNoyVK8uL-970-80.jpg.webp
ผลการศึกษาใหม่ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร PNAS ระบุว่าพื้นที่ขอบทะเลทรายทากลามากันในปัจจุบันดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมากกว่าปริมาณที่ปล่อย ทำให้พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่คาร์บอนติดลบ กลายเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนแหล่งใหม่ของจีน
จากข้อมูลจากดาวเทียมตลอด 25 ปีพบว่าพืชพรรณที่ปลูกมีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนระดับของคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศบริเวณแนวกำแพงต้นไม้ลดลงจาก 416 ส่วนในล้านส่วน (ppm) เหลือเพียง 413 ส่วนในล้านส่วน
จนกล่าวได้ว่าโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่ยังได้แสดงให้เห็นว่า หากตั้งใจจริงมนุษย์เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงและทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้




