เทคโนโลยีใยแก้วนำแสง เป็นเทคโนโลยีในการปฎิวัติการส่งข้อมูลไปตลอดกาลข้อมูลจากอีกฟากฟนึ่งของโลกถูกส่งมาด้วยความเร็วแสง ทำให้เราสามารถพูดคุยหรือเห็นหน้าแม้จะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม ถึงยังงั้นเราก็ยังจะพยายามพัฒนาประสิทธิภาพและความเร็วของอินเตอร์เน็ตอยู่เสมอมา

นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนได้นำไมโครออปติกแก้วซิลิกาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D ลงบนส่วนปลายของเส้นใยนำแสงที่มีขนาดหน้าตัดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วของอินเตอร์เน็ตได้และการเชื่อมต่อได้
รายงานจากวารสาร ACS Nano เปิดเผยว่าด้วยนวัตกรรมใหม่นี้จะนำมาสู่การปฎิวัติวงการอื่น ๆ อีกมากมายที่ต้องการส่งถ่ายข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยความรวดเร็ว เช่น โทรคมนาคม, เภสัชศาสตร์ และการสำรวจระยะไกล รวมถึงเซนเซอร์ระยะไกล

ที่มา : https://pubs.acs.org/doi/10.1021/acsnano.3c11030
ศาสตราจารย์คริสติน กริฟฟาซันกล่าวว่า วิธีการนี้ได้ทำลายข้อจำกัดในการจัดการโครงสร้างของใยแก้วนำแสงที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงในการผลิต ขณะเดียวกันตัวใยแก้วนำแสงเองก็อาจเสื่อมสภาพลง หากต้องเจออุณหภูมิที่สูงมาก ๆ โดยกระบวนการนี้เริ่มต้นจากวัสดุฐานที่ไม่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบนั้นหมายความว่า เราไม่ต้องใช้อุณหภูมิสูงเพื่อทำให้คาร์บอนโปร่งแสง นอกจากนี้เส้นใยแก้วนำแสงแบบใหม่นี้ยังมีความยืดหยุ่นที่สูงมาก ๆ
ทีมได้นำใยแก้วนำแสงนี้ไปเป็นเซนเซอร์เพื่อวัดความเข้มข้นของตัวทำละลายอินทรีย์ ซึ่งการวัดนี้เป็นความท้าทายที่สำคัญที่เราใช้เซนเซอร์ซึ่งทำจากโพลีเมอร์ในการทดสอบในตัวทำละลายอินทรีย์ โดยที่ตัวเซนเซอร์ไม่ละลายไปด้วย
ผู้ร่วมวิจัยท่านหนึ่งกล่าวว่าใยแก้วนำแสงของเขามีขนาดเล็กมาก ๆ จนสามารถนำมาวางเรียงต่อกันได้ 1000 ชิ้นบนพื้นที่หน้าตัดของเม็ดทรายได้ ซึ่งเขาได้แสดงผ่านการพิมพ์พวกมันลงบนพื้นที่ขนาดนาโนเมตร
กริฟฟาซัน เชื่อว่าเส้นใยแก้วนำแสงแบบใหม่นี้จะปฎิวัติวงการหลาย ๆ อย่างขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ในวงการอื่น ๆ จะนำมันไปประยุกต์ใช้อะไรได้บ้าง เช่น อุปกรณ์ไมโครฟลูอิดิก






